Taipei 1st Time
1. ไทเปเป็นเมืองน่ารัก แต่ไม่ใช่เมืองที่เราตกหลุมรัก
2. มีคนเคยบอกว่าไทเปคือญี่ปุ่นเกรดบี ถ้ายังไม่มีตังค์ไปญี่ปุ่นให้ลองมาเล่นที่นี่ดูก่อน ถึงแม้จะยังไม่เคยไปญี่ปุ่นแล้วก็เพิ่งมาไต้หวันเป็นครั้งแรก เราก็รู้สึกว่าไทเปไม่น่าใช่ญี่ปุ่นเกรดบี แต่น่าจะเป็นจีนเกรดเอบวก ค่าที่ทุกคนเป็นอาตี๋อาหมวยเหมือนผู้คนจากแผ่นดินใหญ่ แต่ช่างเรียบร้อยพูดเพราะมารยาทงามเสียเหลือเกิน
3. ไทเปเป็นเมืองหนังสือ สมัยทำงานสำนักพิมพ์ จำได้ว่าที่ออฟฟิศจะต้องส่งพนักงานไปดูงานหนังสือที่ไทเปทุกปี Taipei National Book Fair เป็นงานใหญ่ และเป็นความสำเร็จอีกขั้นของบก. ใครถูกเลือก แปลว่าคนนั้นล่ะเป็นคนที่ทำงานดีพอจะได้ไปดูงาน(และเที่ยวด้วย)แล้ว! มาถึงที่นี่ก็ยังรู้สึกอย่างนี้ เพราะร้านหนังสือเยอะเหลือเกิน และจำนวนคนในร้านก็เยอะตามร้านไปด้วย ไปร้านไหนๆมีคนยืนอ่านยืนเลือกซื้ออยู่ในร้านมากมาย เป็นบรรยากาศที่เราไม่มีทางได้เห็นที่เมืองไทยแน่ๆ
4. ตั้งใจจะออกไปต่างเมืองด้วย แต่สุดท้ายแผนล่ม (ทั้งเพราะฝนตกตลอดเวลา และเพราะนิสัยแวะข้างทางทุกร้านของพวกเราเอง) เลยได้แต่เตร็ดเตร่อยู่ในเมือง เดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ร้านที่ว่าไม่ใช่ร้านตกแต่งน่ารักที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขายนักท่องเที่ยวด้วย แต่เป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านเครื่องใช้เครื่องสำอาง คอสเมท วัตสัน เซเว่น แฟมิลี่มาร์ท โลคอลไหมล่ะแกร
5. เรายังโลคอลกันต่อด้วยการดั้นด้นไปถึงตลาดปลาไทเป จะพูดว่าดั้นด้นก็ไม่ถูก เพราะจริงๆแล้วเดินทางง่ายเหลือเกินด้วยรถไฟฟ้าและรถบัสอีกแค่สามสี่ป้าย ตลาดปลาไทเปใหญ่โต ต้อนรับเราก่อนถึงด้วยตลาดชาวบ้านอย่าง Rongxing Market ตลาดสดชาวบ้านที่มีของกินละลานตาให้เราเหลียวซ้ายแลขวาแทบทุกร้าน ผักผลไม้สดๆละลานตา อาหารทะเลราคาถูกน่ากิน อาหารปรุงสำเร็จก็มากมาย เห็นแล้วชื่นใจว่าดินแดนตะวันออกออเรียนทอลของเราถึงอย่างไรก็ไม่มีวันอดตายแน่ๆ
6. ย่านที่อยู่บ่อยที่สุดคือ Ximen ไปเดินมันทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น ย่านนี้มีอะไรดีหรือ? จะว่าไปก็ไม่มี แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้กลับมาพบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจเพราะเดินง่าย ใกล้ที่พัก และเพราะฝนตกตลอดเวลาสามสี่วันที่เราอยู่ที่นี่ การเดินช็อปปิ้งเลยอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
7. ทริปนี้ยังคงเป็นทริปที่เดินเยอะ ที่ไหนไม่ไกลมากพอให้เท้าเดินไปได้เราก็ใช้การเดิน นอกจากจะเดินไปตามสถานที่ท่องเที่ยว ยังเสียเวลากับการเดินหลงทางอยู่ใน Taipei Main Station อีกนานสองนาน หลงทุกครั้งที่ขึ้นรถ ทุกครั้งที่ผ่าน และทุกครั้งที่ออกสถานีเพื่อเดินกลับที่พัก
8. Jimmy Liao คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากมาที่นี่ จิมมี่อยู่ทุกที่ ในร้านหนังสือ ในร้านขายของที่ระลึก รวมทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน แค่ได้เจอภาพวาดของเขา ก็เหมือนเราได้เจอเขาตัวเป็นๆแล้ว
9. ยังมีสถานที่ที่ทดไว้ในใจอีกหลายที่ อยากออกไปเย่หลิว จิวเฟิน ตันสุ่ย โทโรโกะ ฯลฯ เอาไว้คราวหน้า(ถ้ามีคราวหน้า)ค่อยว่ากันใหม่ คราวนี้ถือว่ามาเรียนรู้เมืองหลวงอีกเมืองหนึ่งก็แล้วกัน อย่างน้อยอาหารการกินในไทเปก็อร่อยทุกร้านจนทำให้หมูน้อยอย่างเราตัวบวมขึ้นอีกสองระดับ (ตลาดกลางคืนของไทเปคือที่สุด ไม่ว่าตลาดไหนๆของกินมาเต็มทุกที่)
10. ไทเปเป็นเมืองน่ารัก แต่ไม่ใช่เมืองที่เราตกหลุมรัก เราได้ข้อสรุปในตอนท้ายว่าอาจเพราะไทเปเป็นระเบียบเกินไป บางมุมก็ดูเพอร์เฟ็คเกินไป บางครั้งก็เหมือนพยายามยัดเยียดความน่ารักให้เรามากเกินไป บางที่ที่เราไปเราเลยรู้สึกว่ามันไม่เป็นจริงมากพอที่จะทำให้เราหลงรัก ท้ายที่สุดแล้วเราก็ยังหลงรักความดิบ ความเป็นธรรมชาติ ความเว้าแหว่งบางอย่างของสถานที่บางสถานที่ เราจึงรักบ้านนอก รักชาวบ้าน รักป่าเขา และอยากออกไปเรียนรู้ผู้คนที่ถูกตราหน้าว่า savage มากกว่าชาวศิวิไลซ์ทั้งหลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไทเปก็เป็นทริปแห่งความทรงจำเช่นเดียวกับทริปอื่นๆ เพราะเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆทั้งสังคมใหม่ และความคิดความรู้สึกใหม่ๆในใจเราเอง





Comments
Post a Comment