จัดบ้าน
หลังจากอ่านหนังสือ “ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” จบ
ฉันก็ได้แรงบันดาลใจในการจัดบ้านขึ้นมามหาศาล :)
คุณมาริเอะเธอบอกว่า หลักการสำคัญที่สุดคือ ทิ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า
และเก็บไว้เพียงสิ่งที่ปลุกเร้าความสุขเราได้จริงๆ
วันนี้เลยเริ่มต้นรื้อของส่วนตัวออกมาจัดใหม่เสียยกใหญ่
สิ่งของที่กระตุ้นความทรงจำถูกจัดอยู่ในกล่องขนาดใหญ่ แยกแต่ละช่วงวัย
ในกล่องแต่ละใบจึงเก็บความฝันและตัวตนของฉันในวัยนั้นๆเอาไว้ด้วย
...
เริ่มที่กล่องสมัยมัธยมปลายถึงมหาลัย
กล่องนี้ค่อนข้างจัดง่าย จัดง่ายในความหมายว่าทิ้งง่าย
หลายสิ่งหลายอย่างเคยเป็นสิ่งที่ฉันหวงแหน
โน้ตที่ใครบางคนเคยส่งมาให้ ของกระจุกกระจิกที่เพื่อนๆมอบให้
การ์ดวันเกิดการ์ดปีใหม่ สมุดเล่มเล็กเล่มน้อยที่มีร่องรอยขีดเขียน
ตุ๊กตาตัวเล็กตัวน้อยที่คนให้บ้างให้ตามหน้าที่ บ้างให้ตามเสน่หา
ทุกอย่างคือสิ่งที่ฉันในอดีตหวงแหน ทะนุถนอม
แต่วันนี้ฉันกลับทิ้งพวกมันได้ง่ายดาย
โดยที่แทบไม่ต้องตัดใจด้วยซ้ำ
...
กล่องที่สองสมัยเรียนจบใหม่ๆ
กล่องนี้เต็มไปด้วยสมุดโน้ตจดงาน สลิปเงินเดือน ใบแจ้งหนี้จิปาถะ
แต่ในนี้ก็ยังมีโปสการ์ดจำนวนมหาศาล ทั้งที่ซื้อหามาสะสม
ที่ส่งให้ตัวเองสมัยต้องเดินทางขึ้นเหนือลงใต้เพราะหน้าที่การงาน
และที่พี่น้องเพื่อนฝูงส่งมาให้ต่างกรรมต่างวาระ
กล่องนี้มันจึงมีกลิ่นของการเดินทาง
เป็นกลิ่นพิเศษที่เพียงแค่เปิดฝาออกมา
ก็กระตุ้นเตือนให้นึกถึงวันคืนเก่าๆ
วันที่นั่งเขียนโปสการ์ดอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง
วันที่เลือกซื้อการ์ดสวยๆที่บ้านๆน่านๆห้องสมุดและเกสต์โฮม
วันที่รีบวิ่งหอบแฮ่กไปหย่อนตู้ไปรษณีย์ตอนไปทำข่าวแห่เทียนพรรษา
รวมทั้งวันคืนที่ได้เดินทางไปในอาณาจักรใจ
เรียนรู้ว่าใครอยู่ในนั้น ใครค่อยๆย่างเท้าเข้ามา ใครกำลังจากไป
มันจึงเป็นกล่องที่ตัดใจทิ้งของได้ยากเย็นเหลือเกิน
…
กล่องที่สามเป็นกล่องก่อนไปอเมริกา
เป็นกล่องที่จืดชืดและน่าเบื่อหน่าย
ค่าที่มันเต็มไปด้วยเอกสารสมัครเรียน หนังสือเตรียมสอบ
และบันทึกที่มีแต่ความเครียดกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
เป็นกล่องที่เปิดออกมาแล้วฉันก็ได้เห็นตัวเองในอีกมุมและอีกวัย
วัยที่โตขึ้น วัยที่ความรับผิดชอบมาก่อนความฝัน
วัยที่ต้องเตรียมตัวเป็นผู้ใหญ่บ้างแล้ว
…
กล่องที่สี่เพิ่งเพิ่มเข้ามา เป็นกล่องจากชีวิตที่อเมริกา
เป็นกล่องที่ไม่สมบูรณ์ในความรู้สึกเพราะขาดไดอารี่เล่มแรกที่เขียนตอนอยู่ที่นั่น
ความกลัวว่าใครจะมาอ่านมันเข้าเพราะเราจะไม่อยู่บ้านนาน
ทำให้เผลอซ่อนมันเอาไว้ในถุงเอกสารเตรียมทิ้ง
แล้วก็ทิ้งถุงไปจริงๆตอนย้ายออกโดยไม่ฉุกคิดเลยว่ามีไดอารี่อยู่
เสียใจมากที่สุด เหมือนทิ้งเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งไว้ข้างหลัง
เพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน รับรู้ความรู้สึกทุกๆอย่างในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น
สัญญากับตัวเองว่าหลังจากนี้จะดูแลไดอารี่ทุกเล่มให้ดีไม่ประมาทแบบนี้อีก
สิ่งอื่นๆในกล่องนี้ก็มีการ์ดและจดหมายที่เพื่อนๆส่งมาให้
ของที่ระลึกจากการเรียน การเดินทางใกล้ไกล
ใบไม้ดอกไม้แห้งที่แอบเก็บสะสมไว้ตามฤดูกาล
กลิ่นในกล่องนี้จึงเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่พาฉันเดินทางกลับไปยัง chapel hill ได้
กลิ่นที่รวมไว้ทั้งกลิ่นฤดูใบไม้ร่วง กลิ่นหิมะแรกของปี กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งฤดูใบไม้ผลิ
กลิ่นความสุข กลิ่นความเศร้า กลิ่นความชัง กลิ่นความรัก
มันจึงเป็นกล่องที่ฉันยังไม่พร้อมแตะต้อง
อยากกักเก็บกลิ่นนี้ให้อวลอยู่ในกล่องนานเท่านาน
…
นี่เป็นเพียงด่านแรกที่ฉันจะต้องก้าวข้าม
คุณมาริเอะบอกไว้อีกว่า จงอย่ายึดติดกับสิ่งของในอดีต
เพราะสิ่งที่เราควรเห็นคุณค่าไม่ใช่สิ่งกระตุ้นเตือนความทรงจำ หรือแม้แต่ความทรงจำ
หากแต่เป็นตัวเราที่หล่อหลอมขึ้นมาจากอดีตและความทรงจำเหล่านั้น
เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ตอนนี้จึงควรเป็นพื้นที่สำหรับตัวตนของเราในปัจจุบัน
ไม่ใช่สำหรับตัวตนในอดีตอีกต่อไป...
แล้วจะพยายามนะคะ
แม้ว่ายิ่งเป็นความทรงจำสดใหม่เท่าไหร่
ในความเป็นจริงก็ยิ่งยากที่จะตัดทิ้งเท่านั้น

หวายๆ ทิ้งโปสเค้าแล่ว แง่ววววว :P
ReplyDeleteทิ้งอย่างอื่น โปสม่ายทิ้งง <3 <3
ReplyDelete